--SickySweets--

เมื่อวานเกิดเหตุการณ์นิดหน่อยกับคอมพิวเตอร์...

อยู่ดี ๆ ก็ดื้อแฮ้งค์ไปซะอย่างนั้น เลยต้องมาอัพเช้านี้แทน...

ยังอยู่กับเมนูเดือนกุมภาพันธ์ที่เค้าว่ากันว่าเป็นเดือนแห่งความรัก (อ่ะนะ)

หลังจากที่นำเสนอ chocolate valentine ไปแล้ว มีอีกอย่างนึงที่มาควบคู่กัน ก็คือเจ้าผลไม้สีแดงสด ที่มีขายกันให้เห็นในช่วงเดือนนี้


เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก

"strawberry"

*สตรอเบอร์รี่นะคะ ไม่ใช่สตรอเบอร์แหล หรือ สตรอเบอร์แรสซี่

*คนไทยนี่สรรหาคำเหน็บแนมกันได้เก่งจริงๆ(-_-')

วันนี้มีเมนูของหวานชื่นใจที่ทำจาก strawberry มาฝากค่ะ

ย้ำว่า ง่ายมาก ๆ

เมนูแรกเป็นเมนูสืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว ในช่วงเดือนนี้ พอเลิกงานปุ๊บ ก็ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปลงสยาม เพื่อที่จะไปร้าน au bon pan (ไม่ใช่อุบลพัน นะคะ...) เค้ามีเมนู เยลลี่สตรอเบอร์รี่ค่ะ... เยลลี่สีแดงสดอัดแน่นไปด้วยสตรอเบอร์รี่สด ๆ ทั้งลูกค่ะ เพิ่มวิปครีมหอม ๆ ราคา 45 บาท... ได้ทานแล้วมีความสุขที่สุด

แต่มานั่งนึกดูดี ๆ ของแบบนี้เราทำทานเองก็ได้ง่าย ๆ ทำไมถึงไม่ทำล่ะ.. ปีนี้ก็เลยไม่ง้อแล้วค่ะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า

1.สตรอเบอร์รี่สด
2.เยลลี่สตรอเบอร์รี่
3.น้ำสะอาด
4.วิปครีม (ใช้แบบกระป๋อง ง่ายดีค่ะ) หรือ ไอศครีมวนิลา
5.ชอคโกแลตแต่งหน้าเค้ก หรือ สตรอเบอร์รี่ซอสก็ได้ค่ะ

ผสมน้ำและเยลลี่ตามอัตราส่วนข้างกล่อง


ล้างสตรอเบอร์รี่ และตัดตรงขั้วทิ้งไป

ใส่ภาชนะที่ต้องการ (ใครจะใส่ชามอ่างก็ได้นะคะ หุหุ)

จากนั้นเติมเยลลี่ลงในภาชนะที่เราใส่สตรอเบอร์รี่ไว้แล้ว

นำเข้าตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

เท่านี้เราก็จะได้เยลลี่สตรอเบอร์รี่หวานเย็นชื่นใจ

เมนูไว้รับลมร้อน

*สาว ๆ ที่ลดความอ้วนอยู่

ไม่ต้องทานกับไอศครีมหรือวิปครีมก็ได้นะคะ

แต่งหน้าด้วยวิปครีม / ไอศครีมวนิลา

โรยด้วยชอคโกแลตแต่งหน้าเค้ก

แต่สำหรับคนที่กลัวอ้วนแต่ก็อยากทานกับวิปครีม

วิปครีมที่เป็นแบบ low fat ก็มีขายนะคะ สปอยล์ตัวเองวันละนิดจิตแจ่มใสนะเออ

ทานแค่วันละถ้วยคงไม่เป็นไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใส่ซะเยอะ

ทานได้แต่ในปริมาณที่พอเหมาะค่ะ ยังไงก็ไม่อ้วน เชื่อสิ

ขอบอกว่าทานกับวิปครีมอร่อยสุดๆ

เท่านี้ของหวานแสนง่ายแต่ดูไฮโซก็เรียบร้อย

รับแขกได้

แต่ถ้วยนี้ดิชั้นขอไม่แบ่งใครแล้วกันนะคะ


มาต่อกันด้วยอีกเมนูสตรอเบอร์รี่ค่ะ

เมนูนี้ได้มาจาก NZ แม่บ้านที่เคยไปพักด้วยทำให้ทานค่ะ

แรก ๆ เห็นก็ถึงกับอึ้ง... แต่ลองทานดูแล้วมันอร่อยติดใจจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ ใน 1 ปียังไงก็ต้องทานเมนูให้ได้

แม่บ้านเรียกเมนูนี้ว่า "Strawberry on bread"

เรียกมันตรง ๆ แบบนี้แหละ

1.ขนมปังแผ่น
2.สตรอเบอร์รี่สด
3.เนยทาขนมปัง
4.น้ำตาลทรายขาว

เตรียมของทุกอย่างพร้อม

*ล้างสตรอเบอร์รี่ให้สะอาดก่อนทุกครั้งนะคะ

ทาเนย

ฝานสตรอเบอร์รี่และวางเรียงบนขนมปัง

โรยด้วยน้ำตาล

เป็นอันเสร็จ

.

.

ง่ายล่ะสิ

ขอบอกว่าอร่อยจริง ๆ ค่ะ

(ทำทานเองจะใช้ขนมปังทั้งแผ่นค่ะ แต่หั่นขนมปังเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็ทานง่ายดีนะคะ )

ดีกว่าแยมสตรอเบอร์รี่เป็นไหน ๆ

ทานเป็นอาหารเช้าได้ค่ะ ดื่มกับนมเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

ลองดูนะคะ


เมนูสุดท้ายนี่... เมนูแสนขี้เกียจของดิชั้นเองค่ะ

"สตรอเบอร์รี่แช่เย็น"

1.สตรอเบอร์รี่สด
2.น้ำตาลทราย

ผ่าครึ่ง หรือฝานก็ได้ค่ะ

ไม่ต้องบาง

โรยด้วยน้ำตาล

แช่ช่องแข็ง 1 ชั่วโมง

แบบนี้ดีกว่าไอศครีมรสสตรอเบอร์รี่เป็นไหน ๆ

แถมไม่ต้องกลัวอ้วนด้วยค่ะ

ร้อน ๆ ทานแล้วชื่นใจจริง ๆ ค่ะ

tips : สตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยขับปัสสวะ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ก่อมะเร็ง มีสารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงด้วยนะคะ แชมพูบางยี่ห้อนำกลิ่นและสารสกัดของสตรอเบอร์รี่มาใช้ หรือแม้แต่โลชั่นบำรุงผิวก็เช่นกัน ก็เพราะว่ามีประโยชน์ขนาดนี้ไงคะ มาทานสตรอเบอร์รี่กันดีกว่าเนาะ

*ช่วงเดือนนี้โรงแรมตะวันนารามาดา มีเมนูเด็ด ๆ ที่นำสตรอเบอร์รี่มาทำเป็นอาหารคาวอย่าง เปาะเปี๊ยะทอดไส้สตรอเบอร์รี่ ฉู่ฉี่สตรอเบอร์รี่.. หรือ เปรี้ยวหวานสตรอเบอร์รี่ก็มี... โอ้... สวรรค์สร้างจริง ๆ ใครว่าง ๆ ก็ลองไปชิมกันได้นะคะ

*ส่วนคนที่ชอบของหวานอย่างเค้กต่าง ๆ ต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ ที่เอสเพรสโซ่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เค้ามีเมนูของหวานที่ทำจากสตรอเบอร์รี่ค่ะ เช่น สตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก พายสตรอเบอร์รี่ คาราเมลสตรอเบอร์รี่มูสเค้ก สตรอเบอร์รี่ชอคโกแลตมูส.. ฯลฯ น่าทานทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ มีถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นนะคะ

ที่มา : www.manager.co.th

หวังว่าทุกคนคงชอบเมนูง่าย ๆ วันนี้นะคะ

รักษาสุขภาพค่ะ

บั๊บบาย


เป็นที่ฮอทฮิตเหลือเกิน กับขนมปังกลิ่นหอม ๆ

มองเห็นแถวแล้วเกิดความท้อใจ

ไม่เคยได้ทานของต้นตำหรับ

ได้ทานของ มิสเตอร์บัน ไม่ได้ไปต่อคิวเองหรอกนะคะ

เสด็จป่ะปี๊ไปเข้าแถวมาแล้วหิ้วกลับมาบ้านให้ชิม

วันก่อนก็เลยแวะดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยตามเวป

เจอสูตรเจ้าขนมปังสุดฮอทเนี่ยจากเพื่อนบ้านนี่เอง

เลยถือโอกาสนี้ ขี้เกียจ ค่ะ

(ไม่สมกับเป็นเอนทรี่ที่ 50 เล้ย)

*พอดีขนมปังชนิดนี้มีขั้นตอนในการทำเยอะนิดนึง (ก็ไม่นิดนะ)

ต้องทำหน้า

ต้องทำไส้

ต้องทำขนมปัง

ถ่ายรูปไม่ไหว อากาศร้อน ปนขี้เกียจ (อันหลังดูจะหนักข้อกว่า)

สำหรับส่วนผสมและวิธีการทำ

ต้องรบกวนแวะไปที่บลอคคุณน้ำหวานนะคะ

วันนี้สำหรับคนที่มีสูตรแล้วเรามาประยุกต์

วันนี้ sicky-kitchen ขอเสนอ

Roti-Bear

ซะงั้น

ขนมปังที่ใส่ไส้แล้วก้อนใหญ่

ปั้นขนมปังที่ไม่มีไส้ 2 ก้อนเล็ก ๆ ทำเป็นหูค่ะ

หลังจากที่พักขนมปังไว้ตามสูตรแล้ว

เราก็จัดการเติมหน้า

เติมตาและจมูกด้วยชอคโกแลตชิพค่ะ

*ระวังนิดนึง เพราะหน้าขนมปังจะละลาย

พยายามวางชอคโกแลตชิพในตำแหน่งดี ๆ หน่อยค่ะ กันไหล

จากนั้นนำเข้าอบ

.

.

สิ่งที่คุณจะได้ก็คือ

.

.

Roti-Bear

หอม ๆ

หน้าตาซื่อบื้อ ๆ

แต่ของเราพิเศษตรงไส้ด้วยนะ

อยากทานไส้แบบอร่อย ๆ

สะใจ ๆ

แบบนี้ค่ะ

ไส้เราไม่เหมือนของเค้าหรอกนะ

จะบอกสูตรให้

-คัสตาร์ดกาแฟ-

1.นมสด 200 ml.

2.ไข่แดง 2 ฟอง

3. น้ำตาล 60 กรัม

4. กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ

5. กลิ่นกาแฟ2 ช้อนโต๊ะ

6. เนยจืด 10 กรัม

7. แป้งอเนกประสงค์ 20 กรัม

1. ตีไข่แดงกับน้ำตาล 30 กรัม แป้งอเนกประสงค์ ให้เข้ากัน น้ำตาลที่เหลืออีก 30 กรัมให้ต้มกับนม

2. ระหว่างที่ต้มนมและน้ำตาลให้เติมกาแฟและกลิ่นกาแฟลงไป (ใช้ไฟอ่อน ๆ)

3. จากนั้นยกหม้อที่ต้มนม ค่อย ๆ รินใส่ส่วนผสมที่เป็นไข่ ค่อย ๆ ริน และผสมไข่กับนมให้เข้ากัน จนนมหมด (จำไว้ว่าต้องค่อย ๆ นะคะ ไม่ใช่เทพรวด ๆ ไข่จะออกมาเป็นลิ่ม ๆ พอดี.. หมดกัน)

4. กรองส่วนผสมทั้งหมดกลับหม้อ ต้มด้วยไฟอ่อนต่อ เติมเนยลงไปใช้ไม้พายกวนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มจับตัวเป็นครีมข้น ๆ พอเห็นว่าข้นเป็นครีมดีแล้ว ให้ปิดไฟ ยกลงใส่ภาชนะ และนำเข้าตู้เย็นประมาณ ครึ่งชม.

5. ใช้ใส่ใส้ขนมปัง (ย้อนกลับไปดูวิธีทำที่บลอคคุณน้ำหวาน)

แค่นี้ขนมปังของเราก็มีไส้ที่อร่อยกว่า แถมหน้าตาดีกว่า

ไส้นุ่ม

ขนมปังร้อน ๆ

นอกจากนี้ หน้าของขนมปัง

จะโรยด้วยชอคโกแลตชิพอย่างเดียวก็ได้

อันนี้สะใจมาก

ออกมาขายแข่งจะมีคนมาต่อแถวบ้างไม๊น๊า

หมีป่วยๆ

tips : ว่ากันด้วยกาแฟเนื่องจากขนมปังวันนี้มันอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ ก็มาพูดถึงกันซักหน่อย

กาแฟนับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ทั่วโลกยอมรับ.. อย่างในเมืองไทยตอนนี้มองไปทางไหนก็จะเจอร้านกาแฟมากมาย

เราเองก็เป็นคนนึงที่ชอบบรรยากาศร้านกาแฟ กาแฟหอม ๆ ดี ๆ ซักแก้ว กับหนังสือเล่มโปรด หรือ นั่งอยู่กับเพื่อน คุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย..

คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ ว่ากันว่าถ้าได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะเป็นประโยชน์กับร่างกายและจิตใจ

เชื่อหรือไม่ว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ มีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้หญิงที่ไม่ดื่มกาแฟเลย

บางคนก็ดื่มกาแฟหลังอาหาร เป็นสูตรในการควบคุมอาหาร เพราะกาแฟมีสารที่ทำให้ร่างกายหลั่งกรดที่ช่วยในการย่อยอาหาร ดังนั้นการดื่มกาแฟหลังอาหาร ก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นในร่างกายทำการย่อยอาหารได้ดีมากขึ้น

นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว.. ทำงานได้ดี ลดอาหารซึมเศร้าได้ด้วย

*กาแฟจะมีประโยชน์ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณที่เหมาะสมนะคะ

ที่มา : http://66.84.48.123/thai/aboutcofe-th.html

วันนี้ไปก่อน

อาจจะหายไปนานนิดนึง

หลังจากเอนทรี่นี้นะคะ

ขอไปกู้ข้อมูลเมนูเก่า ๆ ก่อนจะได้ครบ 50 เมนูแบบสมบูรณ์

ขอบคุณทุกคนที่ตามมาตลอดนะคะ

แล้วเจอกันใหม่เมนูหน้า

รักษาสุขภาพค่ะ

บั๊บบาย

PS. ขอบคุณบลอคคุณน้ำหวานค่ะ

เมนูครั้งที่แล้วเป็นอาหารเพิ่มพลังไปแล้ว

มาคราวนี้ขอเป็นของหวานเย็นชื่นใจบ้างแล้วกัน

พอสำรวจของในบ้านแล้ว อื้ม.. พอจะทำอะไรดี ๆ ได้บ้าง

เมนูวันนี้ขอเรียกว่า " O-Jello " แล้วกันนะ

(ใครเปิดร้านแล้วจะเอาสูตรไปใช้ ก็ให้เครดิตกันนิดนึงนะคะ)

โอรีโอ 1 แพค เอาครีมตรงกลางออกแล้วบุบให้ละเอียด
(ผสมกับเนยละลาย และ ไอซิ่ง ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)

ครีมชีส ใช้แค่ประมาณ 30 กรัม

โยเกิร์ต 1 ถ้วย

มะนาว 1 ลูกครึ่ง

ไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ

ตีครีมชีส โยเกิร์ต น้ำมะนาว ไอซิ่งให้เข้ากัน

เจลาติน 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำ40 ml

เทลงผสมกับส่วนของครีมชีสและโยเกิร์ต

ตีให้เนื้อเนียน

ส่วนที่เป็นโอรีโอผสมเนยและไอซิ่ง

นำมากดใส่ภาชนะที่ต้องการ

นำเข้าตู้เย็นประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชม.

เทส่วนที่เป็นครีมโยเกิร์ตลงไปตามชอบ

เข้าตู้เย็นพักให้ตัวครีมจับตัว

ต้มเยลลี่กับน้ำอุ่น ตามสัดส่วน

(ครึ่งซองกับน้ำ 1 ถ้วย)

ทิ้งให้เย็น ซักพัก (อย่าเพิ่งเข้าตู้เย็นนะ)

จากนั้นเช็คดูว่าส่วนที่เป็นครีมจับแข็งตัวดีรึยัง

ถ้าครีมจับตัวกันดีแล้ว

ค่อย ๆ รินส่วนที่เป็นเยลลี่ลงไปด้านบน

นำเข้าตู้เย็นอีกครั้ง

เราก็จะได้ "O-Jello" ไว้กินเย็น ๆ ชื่นใจ

สีสวยดี

รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ของโยเกิร์ตกับเยลลี่

กับคุ๊กกี้ชอคโกแลตกรอบ ๆ ของโอรีโอ้

เข้ากันได้เป็นอย่างดี (เลียนแบบทีวีแชมเปี้ยน)

เสียดายที่ไม่ได้ซื้อสตรอเบอร์รี่สดไว้

อันนี้ทำใส่พิมพ์วงกลม

(เป็นชิ้น 3 เหลี่ยมก็น่าทานไปอีกแบบค่ะ)

ง่ายไม๊เอ่ย

ลองทำดูนะคะ

ใครจะเปลี่ยนเป็นเยลลี่บลูเบอร์รี่แล้วใส่บลูเบอร์รี่ลงไปในเยลลี่

ก็ไม่ผิดกติกาแต่เป็นอย่างใด

ขอให้อร่อยชื่นใจกับสูตรนี้นะจ้ะ

tips :

ว่ากันว่าชาวบัลแกเรีย ตายด้วยโรคมะเร็งในลำไส้น้อยมาก เพราะอะไรน่ะเหรอคะ? เพราะโยเกิร์ตไง

โยเกิร์ตเนี่ยมีจุลลินทรีย์ชั้นยอด ที่ช่วยในการย่อย ย่อย ย่อย ๆ ทานง่ายแล้วยังถ่ายคล่องแบบนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้หรอกค่ะ

อยากอายุยืนยาว ไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้ ก็ทานโยเกิร์ตกันทุกวันดีกว่า

*โยเกิร์ตไม่ได้ช่วยลดความอ้วนนะจ้ะ อย่าเข้าใจผิดเชียว ยิ่งที่มีผลไม้ผสมอยู่ยิ่งไม่ได้ช่วยให้ลดความอ้วนได้เลย น้ำตาลทั้งนั้น แนะนำให้ทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แล้วเติมผลไม้สด ๆ เอาเองดีกว่าค่ะ

รักษาสุขภาพ

เจอกันเมนูหน้าค่ะ

(ไม่ได้เติมรูปน้องหมีอีกแล้ว)


ปล. เมื่อวานฟังวิทยุ.. ชาวญี่ปุ่นประสบความเร็จในการสกัดกลิ่นวนิลา จากอะไรรู้ไม๊คะ... จาก "ขี้วัว" ค่ะ....

เอ่อ คงจะใช้กลิ่นนี้กับพวกเทียน หรือ ผลิตภัณฑ์นอกกายมากกว่าค่ะ ถ้ามาผสมในอาหารคงจะรับไม่ได้... (-_-')