--SickyGohan--

อันเนื่องมาจากงานช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา... งานพัลวันตั้งแต่เช้ามืด...

ไม่มีเวลาแว่บทำอาหารเลย.. ฮือ ๆ .. ขออภัยอย่างแรง.... ห่างหายไปอีกเหมือนตอนปิดบลอคแว๊บ ๆ เลย

เมนูวันหยุดที่ผ่านมาเลย.. เป็นเมนูแบบ ทำเอาสะใจ... ไม่ได้ประดับประดาไว้ด้วยตัวประหลาดแต่อย่างใด... ขออภัยอย่างแรง...

แอบใช้รูปเก่าที่เคยถ่ายเอาไว้ตั้งแต่บลอคเก่า... คงไม่เป็นไร (จะบอกว่าที่ทำกินเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา... ทำเป็นกาละมังน่ะ ไม่ได้ทำเป็นถ้วย ๆ... กระหายข้าวมาก..)

:::ข้าวหน้าไก่สะท้านหวัดนก:::

1.เนื้ออกไก่
2.หัวหอม
3.แครอทซอย
4.กะหล่ำปลี
5.น้ำซุปปลา
6.มิริน
7.โชยุ
8.น้ำตาล
9.ข้าวสวย(ญี่ปุ่น)
10.ไข่ไก่
11.สาหร่าย(แบบฝอย ๆ)

1. หมักเนื้ออกไก่กับมิรินเล็กน้อย.. โชยุ เพิ่มซอสหอยนางรมซักนิด น้ำตาลเล็กน้อย.. หมักทิ้งไว้ซัก 15 นาทีก็พอ...

จากนั้นทอดไก่บนกะทะ.. น้ำมันไม่ต้องมาก.. เอาด้านที่เป็นหนังลงทอดก่อน.. ไฟไม่ต้องแรงมาก.. ปิดฝากะทะไว้.. ทำให้ไก่สุกเร็วขึ้นและเนื้อจะชุ่ม ๆ (เคยเปิดฝาแล้วไก่มันแห้ง ๆ ไม่นุ่มเลย) ทอดจนสุกทั่วกัน ตักไก่พักไว้บนจาน

2. เตรียมน้ำซุป.. ซอยหัวหอมซอยไว้... จะได้ดีควรจะมีเห็ดหอมฝาน ๆ ไว้ซักหน่อย.. จะช่วยให้น้ำซุปหอมมากขึ้น.. ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร... จากนั้น นำหัวหอมซอยลงไปผัดในน้ำมันนิ๊ดเดียว กับกะหล่ำปลีและแครอทซอยเติมโชยุเล็กน้อย และเกลือ ผัดจนสุก นำไปวางไว้บนข้าวสวยที่เตรียมไว้

จากนั้นต้มน้ำซุปปลา (ด้วยกะทะที่เพิ่งจะผัดผักเมื่อกี้นี้แหละ)ปรุงรสด้วยโชยุ มิริน น้ำตาลและเกลือ (อันนี้ชิมเอานะจ้ะ)

หั่นเนื้อไก่ที่ทอดแล้ว วางโปะไปบนข้าวที่ราดไว้ด้วยผัดผักเมื่อกี้

3. จากนั้นก็ตีไข่ เนียน ๆ หน่อย... แล้วค่อย ๆ รินไข่ไก่ที่ตี ลงไปในกระทะที่กำลังต้มน้ำซุปอยู่... ไข่จะค่อย ๆ สุก... น้ำซุปจะขลุกขลิก ๆ

ก็นำไปราดลงบนถ้วยข้าวที่มีทั้งผัก และ ไก่รออยู่แล้ว.. ราดลงไปเลย..

แต่งหน้าด้วยสาหร่ายฝอย ๆ...


:::ก็จะได้ประมาณนี้:::

ไม่ยาก... ไม่ยาก...

เหมือนยกร้านอาหารญี่ปุ่นมาตั้งไว้ที่บ้านแหละ...

จะให้ดีก็ต้องมีซุปมิโซะซักนิด ...

แต่วันนี้หิวจัด... ทำเสร็จก็โซ๊ยล่ะ...

ไม่มีอะไรกุ๊กกิ๊กประดับจาน...

งานนี้ตัวใครตัวมัน


:::ขอตัวไปทานก่อนล่ะ:::

Tips - สูตรนี้จะเปลี่ยนจากเนื้อไก่เป็นหมูชุปแป้งทอด ก็จะได้เป็นข้าวหน้าหมูชุปแป้งทอด.. เป็นไง... ได้จานเด็ดอีกจาน...

งานนี้ขอแบบเอาท้องอิ่มก่อนนะ...

ครั้งหน้าจะกลับมากับตัวอะไรประหลาด ๆ อีก... อุ๊อุ๊

อู้ไปนาน ทั้ง ๆ ที่สัญญาว่าจะมาอัพวันจันทร์ นี่ก็ล่วงเลยเข้าไปวันพฤหัสซะแล้ว...

ขออภัยค่ะ.. ช่วงนี้ไม่ได้ขี้เกียจทำอาหารแต่เพียงอย่างใด...

ยังทำและถ่ายรูปอยู่ค่ะ ที่ขี้เกียจก็คือย่อขนาดรูปใส่กรอบอัพโหลด และอัพบลอค... 555+

ไม่หรอกค่ะ จริง ๆ แล้วหาจังหวะย่อภาพไม่ค่อยได้ ช่วงนี้ด้านหลังชอบมีคนญี่ปุ่นมายืนคุยกันกับเจ้านาย เราก็เลยต้องเกรงใจนิดนึง (แต่กับนายเนี่ยไม่ค่อยเกรงใจกันหรอกค่ะ เพราะเฮียแกไม่มีงานให้ แกก็เลยปล่อย ๆ )

วันนี้มาแบบญี่ปุ่นกันอีกแล้ว

(ทำกินง่ายก็เงี้ยแหละค่ะ)

นี่คือรูปของอาหารเช้าค่ะ

ประกอบไปด้วยข้าวญี่ปุ่นโรยด้วยสาหร่ายและปลาข้าวสารคั่ว

ปลาทูน่าต้มซีอิ๊ว และหัวไชเท้าซุปปลาค่ะ

หัวไชเท้ากับซุปปลา ส่วนประกอบถ้าใครติดตามบลอคมาตลอดก็คงจะจำกันได้แล้วมั๊งคะ

น้ำเปล่า โชยุ มิริน น้ำตาล และผงซุปปลา

ต้มพร้อม ๆ กับหัวไชเท้าจนนิ่ม

น้ำซุปจะหอม อร่อย

ข้างบนนี่โรยด้วยปลาแห้งค่ะ

**ส่วนประกอบทุกอย่างดังกล่าว หาซื้อได้ที่ อิเซตัน โตคิว ฟูจิซุปเปอร์ วิลล่าซุปเปอร์มาร์เกต และฟู๊ดแลนด์ค่ะ

ปลาทูน่าต้มซีอิ๊ว

ของโปรดที่ต้องทำทีละเยอะ ๆ เพราะแค่ทานกับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อน ๆ มีซุปมิโซะซักหน่อย เท่านี้ก็อร่อย (ฟังดูหรูนะ แต่ใช้เงินนิ๊ดเดียว)

ต้มปลาทูน่ากระป๋องกับน้ำสะอาด โชยุ มิริน น้ำตาล

**แนะนำสูตรเด็ด - จริง ๆ แล้วใส่ส่วนผสมทางด้านบนก็อร่อยแล้วค่ะ แต่ถ้าเพิ่มซอสอีกตัวนึงลงไปจะทำให้อร่อยขึ้น นั่นก็คือ

"ซอสปลาซาบะของไดโดม่อน"

(ปกติไม่ชอบไดโดม่อนเลย เห็นมีซอสราดปลาซาบะก็เลยซื้อมาลองดู ปรากฎว่าอร่อยมากค่ะ...ลองดูนะคะ พอเพิ่มเจ้านี่ลงไปนิดนึงทำให้รสดีขึ้นค่ะ)

ปลาข้าวสารกับสาหร่าย

ปลาข้าวสารเอามาคั่วบนกะทะให้เหลืองกรอบ โรยด้วยน้ำตาลให้ละลายเคลือบตัวปลาเล็กน้อย (เพราะเจ้าปลาตัวเล็กนี่เค็มเหลือเกิน)

เท่านี้ก็ทานพร้อมกับสาหร่ายปรุงรสกับข้าวได้อร่อยแล้วค่ะ

(ถ้าเพิ่มงาขาวคั่วก็จะอร่อยมากขึ้นค่ะ พอดีที่บ้านหมด)

.

.

ทีนี้.. แบบว่าจะเอาไปกินที่ทำงานค่ะ

เลยจัดการใส่กล่องซะ

ออกมาประมาณนี้ค่ะ ที่หายไปคือไชเท้าต้มซุปปลา

แต่กลายเป็น"ไข่หวาน"แทน ใช้ไข่ไก่กับน้ำซุปปลาในปริมาณเท่า ๆ กัน

(สมมติว่าไข่ 1 ฟองใส่แก้ว เท่ากับครึ่งแก้ว ก็ให้ใส่น้ำซุปปลาครึ่งแก้วเช่นกัน)

ตีไข่ให้เข้ากับซุปปลา เติมน้ำตาลและโชยุอีกเล็กน้อย เกลือนิดหน่อย ลงไปทอดในกะทะ ที่เห็นเป็นชิ้น ๆ แบบนี้ เพราะใช้ตะเกียบคน วน ๆ ในกะทะค่ะ ทำเหมือนไข่คน แต่เป็นไข่หวาน ง่ายค่ะ

(ขี้เกียจทำไข่ม้วน.. ว่างั้น)

ข้าวก็จัดแจงใส่พิมพ์ ให้สวยงาม

ส่วนกับข้าวอื่น ๆ ก็หาภาชนะน้อย ๆ มาใส่ จะได้ดูเป็นสัดเป็นส่วน ไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็จะลงมารวมกัน... เปิดกล่องมาอีกที คงจะไม่น่าทาน แถมไม่น่าดูอีกค่ะ

วันนี้มีของเด็ดมาแนะนำค่ะ

"Denbu"

เป็นเนื้อกุ้งฝอยป่น รสหวานค่ะ

ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นก็ไว้แต่งซูชิตามที่เห็นบนซอง

**หาซื้อได้ตามห้างที่กล่าวไว้ด้านบนค่ะ ราคาซองละ 95 บาท

(บางทีก็ถูกกว่านั้นค่ะ)

.

.

จากข้าวสองก้อนในกล่อง

จะกลายเป็นอะไรเอ่ย??

.

.

แปลงร่าง

.

.

เป็นเด็กแก้มแดง

(หลายคนคงจะเสียใจที่มันไม่ใช่หน้าอกหัวนมสีชมพูสินะ หุหุ)

ก็แค่เอาสาหร่ายมาแต่ง วางเด็มบุเป็นแก้ม แค่นี้เอง

ได้เจ้าเด็กแก้มแดง แบบนี้คุณแม่ที่มีลูกสาว

ลูกสาวคงรักตายเลยนะคะเนี่ย

หน้าเหมือนเจ้าหนูจำไมแฮะ

กล้ากินไม๊คะ?

.

.

แถม ๆ วันนี้ขยัน (หลังจากอู้มานาน)

เนื่องจากปลาทูน่าเราเยอะ ก็เลยทำ"ข้าวปั้น"ค่ะ

เดี๋ยวนี้คุณ ๆ ทั้งหลายที่ปั้นข้าวสามเหลี่ยมไม่เป็น ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้วค่ะ ซื้อพิมพ์มาเลยค่ะ มีขายที่ร้านไดโซ (ทุกอย่าง 60 บาท) แค่นี้คุณไม่ต้องเสียเวลาปั้นข้าวด้วยมือ แถมไม่ต้องทนร้อนอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญข้าวทุกลูกมีขนาดเท่ากันสวยงาม ลองไปหามานะคะ

ทีนี้มาดูว่าข้าวปั้นไส้ปลาทูต้มซีอิ๊วหน้าตาเป็นอย่างไร

.

.

แต๊น ๆ

มีแบบหัวล้านด้วยนะน่ะ

ที่เห็นว่าไม่ค่อยจะเท่ากันนี่ก็เพราะว่าไม่ได้ใช้พิมพ์ค่ะ

จากข้าวปั้นสามเหลี่ยมแปะสาหร่าย

กลายเป็นมีหน้าตาแถมแก้มแดงอีกด้วย

.

.

ง่าย ๆ เห็นแล้วอารมณ์ดี

"จับผมเข้ากล่องแล้วจะจับผมเข้าปากจริง ๆ เหรอ"

(อ่อ แน่นอนจ้ะที่รัก)

**ข้าวปั้นร้านไหนทำได้แบบนี้ รับรอง... คนกรี๊ดกร๊าดแน่นอน

.

.

แล้วเจอกันเมนูหน้าค่ะ

ฝนตกอีกแล้วช่วงนี้

รักษาสุขภาพค่ะ

บั๊บบาย

กลับมาต้นสัปดาห์กับเมนูใหม่ง่าย ๆ (อีกแล้ว)

เนี่ยแหละ ทำอาหารในวันหยุดสุดสบาย ใครจะอยากมายุ่งยากจริงไหมคะ

มีอาหารที่ซื้อมาเหลือจากวันเสาร์สุดสปอยล์ (กินและนอน)

เก็บใส่ถุง แช่ตู้เย็นไว้...

สะลึมสะลือเปิดตู้เย็นมาเจอ

เศษหมูน้ำตกในตำนานนี่นา

ดูที่หม้อหุงข้าว

โอเค มีข้าวเหลือ อุ่นทานกับข้าวแล้วกันค่ะ

จบ

.

.

.

เฮ้ย ไม่ใช่

ก็ไม่ได้จะให้ง่ายขนาดนั้นค่ะ

เอามาผัดกับข้าวซะหน่อยแล้วกันนะคะ

มีตัวช่วยปรุงรสอยู่ด้วย

ผงปรุงค่ะ ยี่ห้อนี่เป็นของจำเป็นยิ่งกว่ามาม่าสำหรับนักเรียนต่างแดน

(สมัยนู้นนี่มีทุกอย่างที่ต้องพกติดไว้อย่าง ผงข้าวซอย ของโปรด ต้มข่าไก่ ฯลฯ)

วันนี้เราก็จัดการผัดเจ้าหมูน้ำตกของเรา

เติมน้ำมันเล็กน้อยในกะทะ ไฟไม่แรงมาก แต่น้ำมันต้องร้อนๆ

จัดการเอาข้าวลงผัด

โรยผงปรุงลาบน้ำตกลงไป

ตามด้วยน้ำปลาเหยาะเข้าไป

(ผงปรุงรสมีรสเปรี้ยวอยู่แล้ว เติมน้ำปลาให้ออกเค็มหน่อย จะอร่อยเลย)

ผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน

.

.

เสร็จแล้ว

ปิดไฟ

จัดข้าวลงจาน

ข้าวผัดน้ำตกหมู ง่าย ๆ อร่อย แซ่บ

เนื่องจากเป็นคนที่ทานอะไรโล้น ๆ แบบนี้ไม่เป็น

ผักที่แถมมากับน้ำตกก็ไม่มีซะด้วยสิ

คุ้ย ๆ ของในตู้เย็นเจอ ไข่ และ ผักชี

.

.

ต้มไข่

ล้างผักชี ไว้แต่งหน้าเล็กน้อย

.

.

พอแล้วล่ะสำหรับมื้อง่าย ๆ ในวันอาทิตย์

.

.

.

.


ไม่ลืม

.

.

แปลงร่าง

.

.

"ข้าวผัดน้ำตกหมูพิโรธ"

ตา หู จมูก แต่งด้วยไข่ต้ม ส่วนที่เป็นไข่ขาว

ตรงตาดำเป็นสาหร่าย

Tips: เห็นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ สำหรับจานนี้ แต่มีประโยชน์มากกว่าที่เห็น

ผักชี ที่มีไว้ตกแต่งอาหารให้สวยงาม มีประโยชน์มากมาย ทานได้ทุกส่วน

รากผักชี นำมาตำกับกระเทียมพริกไทย ได้เป็นเครื่องเทศปรุงรสอาหารให้อร่อยล้ำได้อีกหลายจาน

ผักชียังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการขับลม ขับปัสสาวะ

นอกจากนี้ ผักชี ถือเป็นพืชสวนครัวที่นำมาใช้เป็นสมุนไพรง่าย ๆ ในบ้านได้ เช่น

อาการผดผื่นคัน - ใช้ต้นสดมาตำ คั้นน้ำ และทำมาทาบริเวณที่เป็นผื่น เป็นต้น

สมุนไพรไทยของเรานี่สุดยอดจริง ๆ ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ku.ac.th/e-magazine/february44/know/plant.html

ไม่ได้มีแค่ "ผักชี" แต่ยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่อ่านไว้ประดับสมองเล่น ๆ แต่ไม่ไร้ประโยชน์ค่ะ

วันนี้เล่นง่าย ๆ อีกตามเคย

แต่ขอบอกว่าอร่อย และ ง่ายสุด ๆ

ไปก่อนจะโมโหหิวล่ะค่ะ

รักษาสุขภาพด้วย

"ทิฟฟี่"

(ขอจบแบบแป่ก ๆ)